Blog Krujomjai ตั้งใจเปิดขึ้นเพื้อแชร์ประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการงานอาชีพ
และเทคโนโลยี รวมทั้งแชร์ความสุขในฐานะ Cactus Lover

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมนะคะ

My life 💚 Love Life 💚 Real Life 💚 Teacher 👩 Runner 🏃‍♀️ Eater🍲 Cactus Lover🌵

วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2561

หนามน้อยของฉัน


Parodia aureispina


💮💮💮  พาโรเดีย ออเรสไปนา  💮💮💮



            ครั้งแรกที่เห็นเจ้าหนามน้อยต้นนี้  ยังคงรู้สึกเฉย ๆ  ลักษณะอ้วนป้อม เเละหนามที่งุ้ม ยังเป็นไม้ที่บ้านยังไม่มีอีก  จึงตัดสินใจซื้อมาเพราะความแปลกและอยากครอบครอง

           แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหลัง   เจ้าต้นนี้กลับทำให้จอมหลงรักได้เพราะดอกสีเหลือง 
เล็ก ๆ ที่แสนจะน่ารัก  

            แม้จะมีกระบองเพชรดอกสีเหลือง อยู่แล้วหลายต้น  แต่เจ้าตัวเล็กต้นนี้ ก็ยังโดดเด่น  อวดความงาม ความน่ารักของตัวเอง จนทำให้ผู้พบเห็นหลงรักได้ไม่ยาก



    💚 ลำต้นเมื่อโตเป็นทรงกระบอก ไม่แตกกอ ลักษณะหนามโค้งงอลง
    💚 ดอก สีเหลือง ออกบริเวณตุ่มหนามที่ยอดที่มีขนปกคลุม บานตอนกลางวัน


ขอบคุณข้อมูลจาก
ร้านตาเวย   
http://tavoei.perfectbath.co.th/single/cactus_parodia_aureispina_backeb.html




วันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2560

เผยแพร่ผลงานวิชาการ

บทคัดย่อ

หัวข้อศึกษา      รายงานผลการใช้เอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี
                     เรื่อง อาหารหวานไทย (ขนมไทยโบราณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนทองอยู่นุตกุล
ผู้ศึกษา            นางสาวกมลรัตน์  เสนะพันธุ์   ครู ชำนาญการ  โรงเรียนทองอยู่นุตกุล
ปีที่ศึกษา          2558

          การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1)  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนเรื่อง อาหารหวานไทย (ขนมไทยโบราณ) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนทองอยู่นุตกุล  2) เพื่อสร้างและพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนเรื่อง อาหารหวานไทย (ขนมไทยโบราณ) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนทองอยู่นุตกุล  ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80  3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนทองอยู่นุตกุล ที่มีต่อการเรียนรู้โดยการใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง อาหารหวานไทย (ขนมไทยโบราณ)  ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  โรงเรียนทองอยู่นุตกุล  อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลาเขต 3 ปีการศึกษา  2558  จำนวน 7  คน   เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้  เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง อาหารหวานไทย (ขนมไทยโบราณ) กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  แบบสอบถามระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง อาหารหวานไทย (ขนมไทยโบราณ) กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่   ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ  ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า E1/ E2 
          ผลการวิจัยพบว่า 
          1.  ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง อาหารหวานไทย (ขนมไทยโบราณ) ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยการใช้เอกสารประกอบการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนเฉลี่ยหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียนสูงกว่าก่อนการใช้เอกสารประกอบการเรียนคิดเป็นร้อยละ  26.07
          2.  ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนเรื่อง อาหารหวานไทย (ขนมไทยโบราณ)  มีค่า E1 / E2  เท่ากับ 87.78 / 84.33 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้  โดยคะแนนเฉลี่ยของแบบฝึกเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง อาหารหวานไทย (ขนมไทยโบราณ)  มีค่าเท่ากับ 87.78 และคะแนนทดสอบหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ  84.33

3.  นักเรียนมีความพึงพอใจที่ได้เรียนโดยการใช้เอกสารประกอบการเรียนอยู่ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจในประเด็น นักเรียนมีโอกาสในการแสดงความคิดเห็นในการปฏิบัติกิจกรรมจากเอกสารประกอบการเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด  

วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2558

ความภูมิใจ



ครั้งแรกของนักเรียนและครั้งแรกของครู ในการเป็นตัวแทนเขตพื้นที่เข้าร่วมการแข่งขัน
งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคใต้

เพราะเมื่อเป็นครั้งแรก ทุกคนจึงตั้งใจและพยายามทำอย่างเต็มที่ และสุดฝีมือ
และเมื่อเป็นครั้งแรก จึงมีข้อบกพร่องบ้างในบางส่วน ซึ่งเกิดจากการขาดประสบการณ์ของครูเอง
แต่ทุกคนได้ช่วยเหลือ และทำเต็มที่เต็มความสามารถ

ขอบคุณ สำหรับ รางวัลเหรียญทอง  อันดับ 8 

ภูมิใจในตัวนักเรียนที่สุด



วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2557

สำเร็จแล้วคะ




หลังจากที่ผิดหวังจากการแข่งขันทำขนมช่อม่วงเมื่อปีที่แล้ว

ปีนี้ทั้งเด็กนักเรียน  ทั้งคุณครู  ตั้งใจกันอย่างมาก  

แต่ก็ยังไม่คาดหวังอะไร  ขอแค่นักเรียนมีเหรียญกลับไป..แค่นี้เพียงพอแล้ว

เพราะรู้ว่าการแข่งขันทำอาหาร มันใช้ความรู้สึกด้วยส่วนหนึ่ง  

ถึงแม้จะมีเกณฑ์การตัดสิน  

แต่ความชอบของกรรมการแต่ละท่านอาจจะไม่เหมือนกัน

ถึงแม้ครั้งนี้จะเป็นการแข่งขันครั้งที่  2  ของนักเรียนชุดนี้และของครู

เป็นครั้งแรกที่โรงเรียนส่งนักเรียนร่วมการแข่งขัน

ในกิจกรรมการทำอาหารคาวจานเดียว..และอาหารหวานไทย ระดับ ป. 4-6

ซึ่งจำนวนทีมคู่แข่งมากเหลือเกิน

แต่ด้วยความตั้งใจและความพยายามของนักเรียน

ผลการเเข่งขันในครั้งนี้เกินที่ครูจะคาดฝัน

กับการเป็นตัวแทน  สพป. สงขลา เขต 3

ขอบคุณท่านผู้อำนวยการ  คณะครูทุกท่าน และนักเรียนที่น่ารัก 

ตลอดจนผู้ปกครองที่คอยมารับ  มาส่ง  เวลานักเรียนมาฝึกซ้อมโดยไม่อิดออด

เราจะพยายามต่อไป เพื่อ สพป สงขลา  เขต 3  

และเพื่อโรงเรียนทองอยู่นุตกุลของเรา

สู้เว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย



วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ดอกไม้จากช้อนพลาสติก





วันนี้มีวิธีการทำดอกไม้จากช้อนพลาสติกมานำเสนอคะ


อุปกรณ์   
1.  ช้อนพลาสติกสีต่าง ๆ
2.  กรรไกร
3.  เทียน
4.  คีมจับ (เเต่ส่วนตัวไม่ใช้นะคะ )
อุปกรณ์น้อยมาก  วิธีทำก็ไม่ยากเลยคะ 

วิธีทำ

ช้อนพลาสติก แบบสีต่าง ๆ สามารถหาได้ทั่วไป
อาจจะเป็นช้อนที่เหลือใช้จากการทานไอศครีมหรือหากไม่มีสีที่ถูกใจก็สามารถซื้อได้ตามร้านทั่วไป



ใช้กรรไกรตัดช้อน  เหลือก้านช้อนไว้ประมาณ 0.5 เซนติเมตร




 ตัดแล้วจะได้ลักษณะแบบนี้นะคะ  จำนวนกลีบแล้วแต่ชอบเลยคะ แต่ส่วนตัวจะใช้ 7 -8 กลีบ
ส่วนสีเขียวจะใช้ทำเป็นใบคะ


จากนั้นให้นำกลับดอกที่เราตัดแล้ว  ไปลนด้วยเทียน  ให้พออ่อนเพื่อสามารถจะทำการดัดรูปได้ ระวังอย่าลนนานเดินไปเพราะจะทำให้ไหม้ได้คะ   
โดยส่วนตัวตอนนี้ จะได้กับมือเปล่า ๆ เลยคะ  ร้อนสักนิด แต่ถนัดกว่าและสามารถดัดกลับใก้เป็นรูปทรงที่เราต้องการได้ง่ายกว่า แต่ถ้าใครไม่ถนัดสามารถใชีจีมจับดัดได้คะ
ขั้นตอนนี้ ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะต้องใช้ความร้อน



ดัดปลายกลีบให้งอไปข้างหลังนะคะ เพื่อเลียนแบบธรรมชาติให้มากที่สุด



กลีบดอกที่เราดัดได้แล้วคะ









การขึ้นรูปดอก    นำส่วนที่เป็นก้านช้อน ไปลนเทียน แล้วนำมาวางติดกันให้เป็นลักษณะดังภาพเลยคะ
แล้วแต่ถนัด  แต่แนะนำว่าให้ทำจากชั้นในออกข้างนอกจะง่ายกว่าการทำชั้นนอกก่อนแล้วทำชั้นในคะ

เกสรดอกไม้..ใช้ก้านช้อนที่เราตัดไว้  มาลนไฟแล้วค่อย ๆ ดัดให้ม้วนคะ  

   นำช้อนสีเขียว มาลนไฟตรงรอยต่อโคนช้อน ให้พอดัดได้ ดัดตามรูปเลยคะ





จากนั้นเอาก้นของดอกไม้ที่เราประกอบเสร็จแล้ว ลนไฟอีกครั้ง เราละมาประกอบกับก้านดอก
ใส่ใบอีก 3 ใบ 

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเราก็จะได้ดอกไม้พลาสติก สวย ๆ ไว้ตกแต่งตามใจชอบแล้วคะ




วันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

สลัดหลวงพระบาง



สลัดหลวงพระบาง

เป็นอาหารลาวที่เป็นเอกลักษณ์ของหลวงพระบาง 
ได้รับอิทธิพลจากอาหารฝรั่งเศส 
เครื่องปรุงหลักคือผักน้ำ ซึ่งคาดว่าชาวฝรั่งเศสนำมาปลูกในลาว 
นำมายำรวมกับมะเขือเทศ แตงกวา 
ผักกาดหอม ผักชี ไข่ต้ม ถั่วลิสง หอมเจียว กระเทียมเจียว หมูสับรวน 
น้ำสลัดทำจากน้ำมันสลัด น้ำมะนาว น้ำปลา ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย เติมไข่แดงบดเพื่อให้ข้น ( วิกิพีเดีย )

ส่วนผสมสำหรับน้ำสลัด
ไข่แดงต้มสุก 2 ฟอง
น้ำร้อน 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ 

วิธีทำน้ำสลัด
น้ำมะนาวเขียวหรือจากมะนาวเหลืองก็ได้ 4 ช้อนโต๊ะ
ละลายน้ำตาลทรายด้วยน้ำร้อน จากนั้นบี้ไข่แดงให้แหลกรวมกับน้ำเชื่อม
ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำมะนาวเขียว ปรับรสได้ตามชอบ 

ส่วนประกอบสำหรับสลัด (สำหรับ 2-4 ที่)

                                      ไข่ต้ม  ฝานเป็นแผ่นบาง                     2   ฟอง 
                                      หมูสับรวนกับน้ำมันพืชจนสุก               3   ช้อนโต๊ะ 
                                      หอมแดง เจียวจนกรอบ                       2   ช้อนโต๊ะ 
                                      กระเทียม เจียวจนกรอบ                       1   ช้อนโต๊ะ 
                                      ถั่วลิสงคั่ว บดพอแหลก                        1  ช้อนโต๊ะ 
                                      ผักกาดหอม ฉีกเป็นชิ้นพอดีคำ            2   ถ้วย 
                                      ผักกาดแก้ว ฉีกเป็นชิ้นพอดีคำ              1 ถ้วย 
                                      ผักน้ำ หรือ Watercress เด็ดเอายอด      1 ถ้วย 
                                      มะเขือเทศท้อ ฝานเป็นแผ่นบาง           1-2 ลูก 
                                      แตงกวา ฝานเป็นแผ่นบาง                    1-2 ลูก 

วิธีปรุง

จัดผักสลัดทั้งสามชนิด ตั้งแต่ผักกาดหอม ผักกาดแก้ว ผักน้ำ ใส่จาน รองด้วยมะเขือเทศและแตงกวา 
เรียงไข่ต้มด้านบนพร้อมทั้งหมูสับ 
โรยหอมแดงเจียว กระเทียมเจียว และถั่วลิสง 
ราดด้วยน้ำสลัดที่ผสมไว้ รับประทานทันที 


วันจันทร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2557

ยำยอดจิก


จิกเป็นไม้ประเภทผลัดใบ สูง 5-15 เมตร ลำต้นเป็นปุ่มปม ปลายกิ่งลู่ลง ใบอ่อนเป็นสีน้ำตาล แดงเข้ม ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับถี่บริเวณปลายยอด เป็นรูปใบหอก หรือรูปไข่กลับ ปลายและโคนใบแหลม ขอบจักถี่ เวลามีดอกจะทิ้งใบเหลือเพียงใบอ่อนเป็นสีแดง สวยงามน่าชมมาก
ดอกออกเป็นช่อยาวที่ปลายยอด ห้อยลงเป็นระย้า ราว 30-40 เซนติเมตร มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ ติดทนอยู่จนเป็นผล กลีบดอกสั้น ปลายแยกเป็น 4 กลีบ หลุดร่วงง่าย เป็นสีแดง หรือ ชมพู เมื่อบานเต็มที่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร มีเกสรตัวผู้เป็นฝอย ๆ สีชมพู หรือ สีแดง จำนวนมาก เวลามีดอกบานพร้อมกันจะดูแลสวยงามน่ารัก โดยเฉพาะช่วงมีดอกจะทิ้งใบมีแต่ยอดอ่อนเป็นสีแดงจัด ยิ่งเพิ่มความงดงามยิ่งขึ้น
ผลลักษณะกลมยาว มีเมล็ด ดอกออกระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม ในปีถัดไป
ยอดอ่อน และ ดอก ใช้รับประทานเป็นผักสดและผักจิ้มกับ น้ำพริก ลาบ, น้ำตก , แจ่ว และอาหารรสเผ็ดอื่นๆ กินกับขนมจีน รสชาติมันปนฝาด 
เปลือกและต้นมีสรรพคุณใช้เบื่อปลา นอกจากนี้แล้วเนื้อไม้ยังใช้ทำไม้อัด ทำเครื่องเรือนและเป็นสมุนไพรแก้ระดูขาว ใบแก่ใช้ต้มน้ำดื่มแก้ท้องร่วง เมล็ดใช้ทำเป็นยาลมแก้อาการจุกเสียดและแก้ไอในเด็ก
ซึ่งคนในทางภาคใต้นิยมนำยอดอ่อนของต้นจิกมาทำยำ   ส่วนผสมก็หาได้ไม่ยาก  สามารถทานคู่กับข้าวสวนหรือทานเล่นก็ได้เช่นกัน
วัตถุดิบ
  • ยอดจิกลวก
  • หัวกระทิ
  • มะพร้าวคั่ว
  • กุ้งแห้ง
  • หอมแดงซอย
  • พริกซอย
  • กะปิ
  • น้ำตาลปีบ
  • น้ำมะนาว
  • เกลือ
วิธีทำ
  • นำยอดจิกไปลวกน้ำร้อน ให้มีสีอ่อนขึ้นเล็กน้อย  ตักพักในน้ำเย็นเพื่อให้ยอกจิกคงความกรอบ
  • ปรุงน้ำยำ  ใส่ น้ำกระทิ   กะปิ  หอมแดงซอย  กุ้งแห้ง  พริกซอย ผสมให้เข้ากัน ปรุงรสด้วย  น้ำตาลปีบ             เกลือ  น้ำมะนาว   ให้ได้รสชาดตามชอบ
  • นำยอดจิกที่ลวกตักให้สะเด็ดน้ำ   นำลงไปผสมกับน้ำยำ    ใส่มะพร้าวคั่ว  คลุกให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้า           กัน   จากนั้นก็พร้อมรับประทานได้เลยคะ